กินอะไรแก้ท้องผูก? งานวิจัยชี้: กีวีเขียวช่วยได้ดีกว่ายาถ่าย

สารบัญ

  1. บทนำ
  2. กินอะไรแก้ท้องผูก? กีวีเขียว
  3. การออกแบบงานวิจัย: กีวี VS ผงไฟเบอร์ไซเลียม
  4. อาหารที่ช่วยแก้ท้องผูก
  5. อาหารที่อาจทำให้ท้องผูก
  6. ประเภทของใยอาหารและบทบาท
  7. คุณมีอาการท้องผูกหรือไม่? สัญญาณทางคลินิก
  8. สาเหตุของท้องผูก
  9. เมื่อไรควรไปพบแพทย์
  10. สรุป
  11. คำถาม–คำตอบ (Q&A)

บทนำ

ในยุคปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญปัญหา “ท้องผูก” จากความเครียดในการทำงาน การรับประทานอาหารมันสูง–ไฟเบอร์ต่ำ การนั่งทำงานนานและขาดการออกกำลังกาย ทำให้ปัญหาลำไส้ทำงานช้าเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย หลายคนพึ่งพายาถ่าย แต่ยาถ่ายเพียงช่วยกระตุ้นลำไส้ชั่วคราว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้จริง KUBET บทความนี้จะพาคุณดูผลวิจัยที่เชื่อถือได้ว่า “ท้องผูกควรกินอะไรถึงช่วยได้จริง” และวิธีปรับอาหารเพื่อฟื้นฟูระบบลำไส้ในระยะยาว

หัวข้อรายละเอียด
สาเหตุของท้องผูกยุคปัจจุบัน– ความเครียดในการทำงาน- การรับประทานอาหารมันสูง–ไฟเบอร์ต่ำ- การนั่งทำงานนาน ขาดการออกกำลังกาย
ปัญหาของยาถ่ายช่วยกระตุ้นลำไส้ได้ชั่วคราว แต่ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
แนวทางแก้ไขระยะยาวปรับพฤติกรรมการกินและไลฟ์สไตล์
อาหารที่ช่วยแก้ท้องผูก– อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี- น้ำเพียงพอวันละ 1.5–2 ลิตร- โยเกิร์ตหรืออาหารที่มีจุลินทรีย์ดี (Probiotics)
การปรับพฤติกรรม– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ- กินอาหารเป็นมื้อและไม่รีบ- ลดอาหารมันและน้ำตาลสูง
ผลลัพธ์– ระบบลำไส้ทำงานดีขึ้น- ลดความเสี่ยงท้องผูกเรื้อรัง- ลดความต้องพึ่งยาถ่าย

กินอะไรแก้ท้องผูก? กีวีเขียว

งานวิจัยล่าสุดเผย: กีวีเขียวมีประสิทธิภาพเหนือกว่ายาถ่าย นายแพทย์ “เฉียน เจิ้งหง” ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันโรคตับ โรงพยาบาลชางกุง สาขาจีหลง อธิบายว่า งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอทาโก KUBET ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ตีพิมพ์ใน American Journal of Gastroenterology (AJG) พบว่า กีวีเขียวช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ชัดเจน KUBET

การออกแบบงานวิจัย: กีวี VS ผงไฟเบอร์ไซเลียม

งานวิจัยมีอาสาสมัครรวม 184 คน จากญี่ปุ่น อิตาลี และนิวซีแลนด์ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม:

  • กลุ่มสุขภาพดี
  • กลุ่มท้องผูกเรื้อรังแบบไม่มีอาการปวดท้อง
  • กลุ่มลำไส้แปรปรวนชนิดท้องผูก (มีอาการปวดท้องร่วมด้วย)

อาสาสมัครทดลองเป็นเวลา 2 เดือน KUBET โดยให้รับประทานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

  • กีวีเขียววันละ 2 ลูก (ปอกเปลือก)
  • ไซเลียมฮัสก์ 7.5 กรัม

และบันทึกจำนวนครั้งการขับถ่ายและอาการไม่สบายท้อง ผลวิจัยสรุป: กีวีเขียวได้ผลดีกว่า

  • ความถี่ในการขับถ่ายเองเพิ่มขึ้นกว่า 1.7 เท่า
  • อาการท้องอืด ปวดท้อง ถ่ายลำบาก KUBET ลดลงอย่างชัดเจน
  • ประสิทธิภาพโดยรวมเหนือกว่าไซเลียม KUBET ซึ่งเป็นยาถ่ายอันดับต้น ๆ
  • ไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง KUBET จึงปลอดภัยกว่าใช้ยาในระยะยาว

อาหารที่ช่วยแก้ท้องผูก

หมอเฉียนแนะนำว่า ผู้มีอาการท้องผูกควรเน้นอาหารพืชไฟเบอร์สูง + ดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • ผักที่มีไฟเบอร์สูง: ผักใบเขียวเข้ม, บรอกโคลี, กะหล่ำปลี, สาหร่ายทะเล, เห็ดหูหนู
  • ผลไม้ไฟเบอร์สูง: กีวีเขียว, กล้วย, มะละกอ, แอปเปิล, บ๊วย/ลูกพรุน, น้ำลูกพรุน
  • ธัญพืชไม่ขัดสี: ข้าวกล้อง, ข้าวโอ๊ต, ขนมปังโฮลวีต, ลูกเดือย, มันเทศ, ฟักทอง
  • ไขมันดี: น้ำมันมะกอก, อะโวคาโด, ถั่วต่าง ๆ, งาดำ
  • อาหารโปรไบโอติก + พรีไบโอติก: โยเกิร์ต, นมเปรี้ยว, มิโซะ, กิมจิ, หัวหอม, กระเทียม, หน่อไม้ฝรั่ง

อาหารที่อาจทำให้ท้องผูก

ควรหลีกเลี่ยงหรือกินให้น้อยลง:

  • เนื้อสัตว์มากเกินไป โดยเฉพาะเนื้อแดง
  • แป้งขัดขาว ขนมปังขาว เค้ก
  • น้ำหวาน เครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  • ของทอด
  • นมและผลิตภัณฑ์นม (บางคนท้องผูกจากแลคโตส)
  • แอลกอฮอล์

ประเภทของใยอาหารและบทบาท

ใยอาหารแบ่งเป็น 2 แบบ

  • ใยอาหารชนิดละลายน้ำ: ดูดน้ำ พองตัว ทำให้อุจจาระนิ่ม แหล่งอาหาร: กีวี, ข้าวโอ๊ต, เห็ดหูหนู, สาหร่าย, แอปเปิล, โยเกิร์ต
  • ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ: เพิ่มปริมาณกากอาหาร กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ แหล่งอาหาร: ผัก, ธัญพืชไม่ขัดสี, มันเทศ, ถั่วต่าง ๆ

การกินให้ครบทั้งสองชนิด KUBET จะช่วยแก้ท้องผูกได้ดีที่สุด

คุณมีอาการท้องผูกหรือไม่? สัญญาณทางคลินิก

หากมีอาการใดอันหนึ่ง KUBET ถือว่าเข้าข่ายท้องผูก:

  • ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ถ่ายลำบาก ต้องเบ่งมาก
  • อุจจาระแข็ง
  • รู้สึกถ่ายไม่สุด

สาเหตุของท้องผูก

มีหลายปัจจัย เช่น:

  • กินไฟเบอร์น้อย
  • ดื่มน้ำน้อย
  • นั่งนาน ไม่ออกกำลังกาย
  • ความเครียด
  • กลั้นอุจจาระบ่อย
  • ผลข้างเคียงยา
  • ลำไส้แปรปรวนแบบท้องผูก
  • กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานผิดปกติ
  • โรคลำไส้ เช่น เนื้องอก การอุดตัน

เมื่อไรควรไปพบแพทย์

ควรรีบพบแพทย์หาก:

  • ท้องผูกนานเกิน 3 สัปดาห์
  • ปวดท้องมากขึ้น หรืออุจจาระมีขนาดเล็กผิดปกติ
  • อุจจาระมีเลือดปน (ไม่ใช่จากริดสีดวง)
  • อ่อนเพลีย ซีด หน้ามืด
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

เพื่อตรวจหาโรคซ่อนเร้นในลำไส้ที่อาจอันตราย

สรุป

อาหารธรรมชาติช่วยได้มากกว่ายา และกีวีคือทางเลือกที่ดีเลิศ กีวีเขียวมีใยอาหารและสารอาหารสูง งานวิจัยยืนยันว่ามีผลช่วยขับถ่ายได้ดีกว่ายาถ่าย เมื่อกินร่วมกับผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ดื่มน้ำพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ KUBET ปัญหาท้องผูกส่วนใหญ่สามารถดีขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งยา

คำถาม–คำตอบ (Q&A)

  1. ทำไมกีวีเขียวถึงช่วยแก้ท้องผูกได้ดีกว่ายาถ่าย?
    ตอบ: เพราะมีใยอาหารทั้งสองชนิดสูง ช่วยดูดน้ำ พองตัว ทำให้อุจจาระนิ่ม และกระตุ้นลำไส้ได้เป็นธรรมชาติ อีกทั้งไม่มีผลข้างเคียงเหมือนยาถ่าย
  2. จากงานวิจัยต้องกินกีวีกี่ลูกต่อวันถึงจะเห็นผล?
    ตอบ: งานวิจัยแนะนำให้กิน กีวีเขียววันละ 2 ลูก ติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน
  3. นอกจากกีวี มีอาหารอะไรช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น?
    ตอบ: ผักใบเขียว บรอกโคลี มะละกอ กล้วย แอปเปิล ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ถั่วต่าง ๆ และอาหารโปรไบโอติก เช่น โยเกิร์ตและกิมจิ
  4. อาหารประเภทใดที่ทำให้ท้องผูกมากขึ้น?
    ตอบ: เนื้อแดงมากเกินไป, ขนมปังขาว, เครื่องดื่มน้ำตาลสูง, ของทอด, ผลิตภัณฑ์นมบางชนิดและแอลกอฮอล์
  5. เมื่อไรควรไปพบแพทย์เกี่ยวกับอาการท้องผูก?
    ตอบ: หากท้องผูกนานกว่า 3 สัปดาห์ มีเลือดปนอุจจาระ ปวดท้องมากขึ้น น้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการซีด–อ่อนแรง ควรไปพบแพทย์ทันที



เนื้อหาที่น่าสนใจ: